รู้จักและเลือกชนิดของเนื้อลิปสติกให้เหมาะกับตัวเอง

เคยสงสัยกันรึเปล่าคะ ว่าตกลงเนื้อของลิปสติกแต่ละชนิดนั้นต่างกันยังไงกันแน่ เพราะถึงแม้ลิปสติกจะมีสีเป็นพันเฉดและมีชื่อรุ่นเฉพาะตัวมากมาย แต่จริงๆแล้วเนื้อของลิปสติกนั้นก็มีไม่กี่ชนิดค่ะ

เนื้อลิปสติก 4 แบบหลักๆมาบอกต่อคุณสาวๆเพื่อให้คุณสามารถเลือกลิปสติกให้เหมาะกับปากได้ง่ายขึ้นค่ะ

1. Satin and Sheer lipsticks – ลิปสติกเนื้อกำมะหยี่

ลิปสติกเนื้อซาตินและเนื้อเชียร์จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่เยอะ และจะมีสีค่อนข้างบางเบา ให้ความมันวาวได้ระดับนึง

เหมาะสำหรับคนปากแห้ง และคนที่ไม่ชอบใช้ลิปสติกสีจัด และอยากให้สีปากดูธรรมชาติแต่ยังมีสีสันอยู่

สามารถใช้แทนลิปมันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากแทนได้ ลิปสติกเนื้อนี้จะสามารถใช้ทาทับกันหลายๆครั้งได้โดยไม่เป็นคราบค่ะ

และสีของลิปสติกเนื้อซาตินและเนื้อเชียร์เมื่ออยู่บนแท่งลิปสติกจะดูสีเข้มกว่าเวลาทาบนปากค่ะ

2. Cream lipsticks – ลิปสติกเนื้อครีม

ลิปสติกเนื้อครีมนั้นจะถูกอัดแน่นไปด้วยเม็ดสี ช่วยกลบสีปากได้ค่อนข้างดี แต่จะไม่มีความวาวมากนัก

เหมาะสำหรับคนปากแห้ง เพราะลิปสติกเนื้อครีมจะไม่ทำให้ริมฝีปากของคุณแห้งผากเหมือนอย่างลิปสติกเนื้อแมทค่ะ

ใครอยากให้ริมฝีปากดูเงามากขึ้น สามารถใช้ลิปกลอสสีเดียวกันทาทับได้ หรือไม่ก็สามารถใช้ไฮไลท์แบบผงแป้งปัดเติมเข้าไปบนริมฝีปากได้เช่นกันค่ะ

3. Matte lipsticks – ลิปสติกเนื้อแมท

ลิปสติกสีด้านจะมีเนื้อที่แห้งที่สุดเมื่อเทียบกับลิปสติกเนื้ออื่น แต่จะสามารถช่วยปกปิดและกลบร่องรอยต่างๆบนริมฝีปากได้ดี

คนที่พื้นฐานริมฝีปากไม่ได้แห้งมาก เพราะไม่เช่นนั้นเวลาทาลิปสติกเนื้อแมทแล้วจะทำให้ริมฝีปากยิ่งแห้งและอาจจะลอกได้ค่ะ

ควรใช้ลิปสติกประเภทนี้กับลิปสติกสีเดียวกันที่มีเนื้อชุ่มชื่นมากกว่า หรือมีส่วนผสมที่จะช่วยให้ปากชุ่มชื้นได้ค่ะ

อีกวิธีนึงที่จะช่วยบรรเทาอาการริมฝีปากแห้งได้ก็คือการมาสก์ปาก และทาลิปมันบำรุงริมฝีปากเป็นประจำนั่นเองค่ะ

4. Pearl and Frosted lipsticks – ลิปสติกเนื้อเพิร์ล

ลิปสติกเนื้อเพิร์ลนั้นจะมีความประกายมุกอยู่เล็กๆเมื่อทาลงบนริมฝีปาก ช่วยทำให้ปากดูฉ่ำและหนาหนัก

คนที่ปากชุ่มชื้น ไม่แห้งมาก เพราะลิปสติกเนื้อเพิร์ลนั้นจะทำให้ปากดูหนาหนัก และยังทำให้เห็นรอยแตกแห้งของปากได้

ควรทาผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปากก่อนทาลิปสติกเนื้อเพิร์ล และสครับผิวปากให้เรียบร้อย